จำไม่ได้แล้วว่ารู้จัก thnic มาตั้งแต่เมื่อไหร่ รู้แต่ว่านานมาก
ใช้บริการเองมาก็หลายปี ที่แนะนำเพื่อนฝูงให้ไปใช้ก็ไม่น้อย เพราะเห็นว่านอกจากเป็นทางออกของบริษัทที่ชื่อไปตรงกับฝรั่งหรือชื่อโดนใช้ไปแล้ว ยังทำให้ไม่ต้องเสียเงินตราออกไปต่างประเทศโดยไม่จำเป็น
สถานะของ thnic นั้นแปลกๆ จะว่าเป็นเอกชนก็ไม่น่าใช่ เพราะ .th เป็นสมบัติของคนไทย ในขณะที่จะว่าเป็นหน่วยงานรัฐ thnic ก็จดทะเบียนเป็นบริษัทอยู่ทนโท่ คงต้องว่าตาม อ.กาญจนาว่าเป็นนิติบุคคลที่ไม่แสวงผลกำไร
เข้าใจว่าตอนต้น thnic น่าจะลำบากมาก เพราะโดเมนเนม .th ยังมีคนใช้น้อย รายได้อาจจะไม่พอเลี้ยงองค์กร แต่ thnic ก็ดิ้นรนอยู่รอดมาได้ แต่วันนี้ที่มี .th เกิน 25,000 ชื่อ รายได้ปีละ 20 ล้านบาท ก็น่าจะอยู่ได้สบายๆ
ปัญหาคือ ผมว่าหลังๆ thnic ชักจะทำอะไรแปลกๆ
เรื่องแรกที่เห็นคือ ให้บริการ web hosting เอง อันนี้จะว่าเป็นแนวทางในการหารายได้ก็เรื่องหนึ่ง แต่มันอดทำให้เข้าใจว่า thnic กำลังจะหลงทางไม่ได้ เพราะไม่ใช่หน้าที่ขององค์กรที่มีหน้าที่ดูแล .th เลย
ยิ่งมาเห็นการแต่งตั้ง authorized dealers จำนวนหนึ่ง และมีเป้าหมายให้มีการใช้งาน .th เพิ่มจาก 25,000 เป็น 300,000 ภายใน 3 ปี อันนี้มึนเลยครับ
ความจริงเรื่องนี้เป็นเรื่องที่ผมเชียร์ให้มีมานานแล้วด้วยซ้ำ เพราะเห็นว่าเราอุดหนุนให้ .th อยู่ได้ เงินทองไม่ต้องรั่วไหล แต่ต้องจ่ายแพงกว่า .com ถ้าแยกส่วนให้เป็น registry, registrar แบบสากลก็จบ ไม่ต้องกังวลเรื่องผลประโยชน์ทับซ้อน และมีคนทำการตลาดหลายมือไม้ ย่อมแพร่หลายได้เร็ว และการแข่งขันจะทำให้ราคาถูกลง และมีการแข่งขันด้านบริการด้วย ถึงแม้ว่าที่ผ่านมา thnic ก็ให้บริการได้เป็นอย่างดีมาตลอด
แต่ที่ว่ามึนนี่ มึนเพราะไม่เคยได้ยินเรื่องการคัดเรื่อง dealer มาก่อน และก็ไม่มีการชี้แจงว่าเลือก dealer ยังไง และทำไมต้องมีจำนวนเท่านี้ แบ่งผลประโยชน์กันยังไง
แล้วทำไมต้อง 300,000 เป้าหมายควรจะเป็นการให้คนไทยหันมาใช้ .th แทน .com ไม่ใช่หรือ ไม่ใช่การใช้ฟุ่มเฟือยเปล่าประโยชน์
อย่าลืมนะครับว่า thnic ดูแล .th อยู่ก็จริง แต่ .th เป็นของคนไทย ไม่ใช่ของ thnic
thnic ทำงานดูแล .th ให้คนไทยมานานแล้ว ไม่อยากให้จบแบบไม่สวยครับ
ได้แต่หวังว่า thnic จะมีคำชี้แจงดีๆสำหรับเรื่องนี้
วันเสาร์, พฤศจิกายน 17, 2550
วันพุธ, พฤศจิกายน 07, 2550
เมล์สแปม กับ DATE_IN_FUTURE
เมล์จากบางคนถูก spamassassin ตีกลับบ่อยๆเพราะเข้าใจว่าเป็นสแปม
พอไปดูล็อก พบว่าเมล์พวกนั้นถูกประเมินคะแนน DATE_IN_FUTURE ไว้ค่อนข้างสูง น่าจะเป็นสาเหตุ
ถามไถ่ได้ความว่า เครื่องต้นทาง ดันไปตั้ง Time Zone ไว้ผิด พิลึกจริงๆ
ตั้ง Time Zone ผิด เวลาท้องถิ่นตรงเวลาในไทย นั่นแปลว่า GMT มันเก๊าะต้องไม่ตรง เจ้า spamassassin เลยงง
ยังงี้ก็มีด้วยแฮะ
พอไปดูล็อก พบว่าเมล์พวกนั้นถูกประเมินคะแนน DATE_IN_FUTURE ไว้ค่อนข้างสูง น่าจะเป็นสาเหตุ
ถามไถ่ได้ความว่า เครื่องต้นทาง ดันไปตั้ง Time Zone ไว้ผิด พิลึกจริงๆ
ตั้ง Time Zone ผิด เวลาท้องถิ่นตรงเวลาในไทย นั่นแปลว่า GMT มันเก๊าะต้องไม่ตรง เจ้า spamassassin เลยงง
ยังงี้ก็มีด้วยแฮะ
วันพุธ, กันยายน 19, 2550
ประชาไท เสรีหรือแอบแฝง?
อ่านข่าวนี้ http://www.prachatai.com/ireport/view.php?id=69 ในประชาไทย แล้วหงุดหงิดใจ
คนรายงานอ้างว่าเป็นบทความ แต่เนื้อหาที่แค่ 2-3 ประโยค ที่เหลือลอกรายงานของ Forbes มาทั้งดุ้น และไม่ได้บอกที่มาที่ไป
ส่วนที่แย่ที่สุดคือ ประชาไท ปิดกั้นไม่ให้แสดงความเห็นในรายงานนี้ เท่ากับปิดช่องทางที่จะอธิบายให้คนเข้าใจเรื่องนี้อย่างมีสติมากขึ้น
คงต้องถามประชาไทว่า เป็น ไท จริงหรือ? หรือเป็นทาสใคร? หรือความคิดอะไร?
แล้วต่างจากสื่อเลวอื่นๆอย่างไร?
เมื่อให้ข้อมูลเพิ่มเติมในประชาไทไม่ได้ ก็ขอให้ที่นี่แล้วกัน
มูลค่าทรัพย์สินที่ Forbes เอาไปจัดอันดับ คือมูลค่าทรัพย์สินของทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ เป็นทรัพสินของสถาบัน ไม่ใช่ทรัพย์สินของบุคคล
ส่วนที่เป็นทรัพย์สินเฉพาะบุคคลนั้น แยกเป็นอีกส่วนหนึ่งที่เรียกว่าทรัพย์สินส่วนพระองค์ ซึ่งต้องเสียภาษีเหมือนคนอื่นๆใต้รัฐธรรมนูญเดียวกัน
ส่วนจะมีมูลค่าเท่าใดนั้นไม่ทราบ
อ่านรายละเอียดเกี่ยวกับกฎหมายเรื่องนี้ได้ที่ http://www.crownproperty.or.th/history.php
หวังว่าปราชาไทได้อ่านแล้วจะเกิดความละอายแก่ใจบ้างนะครับ คนไทยไม่ได้กินหญ้าไปซะทุกคน คิดเองได้ จะคิดอ่านอย่างไร เอาความจริงมาคุยให้หมดดีกว่า
พูดความจริงครึ่งเดียวก็เท่ากับโกหกครับ
คนรายงานอ้างว่าเป็นบทความ แต่เนื้อหาที่แค่ 2-3 ประโยค ที่เหลือลอกรายงานของ Forbes มาทั้งดุ้น และไม่ได้บอกที่มาที่ไป
ส่วนที่แย่ที่สุดคือ ประชาไท ปิดกั้นไม่ให้แสดงความเห็นในรายงานนี้ เท่ากับปิดช่องทางที่จะอธิบายให้คนเข้าใจเรื่องนี้อย่างมีสติมากขึ้น
คงต้องถามประชาไทว่า เป็น ไท จริงหรือ? หรือเป็นทาสใคร? หรือความคิดอะไร?
แล้วต่างจากสื่อเลวอื่นๆอย่างไร?
เมื่อให้ข้อมูลเพิ่มเติมในประชาไทไม่ได้ ก็ขอให้ที่นี่แล้วกัน
มูลค่าทรัพย์สินที่ Forbes เอาไปจัดอันดับ คือมูลค่าทรัพย์สินของทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ เป็นทรัพสินของสถาบัน ไม่ใช่ทรัพย์สินของบุคคล
ส่วนที่เป็นทรัพย์สินเฉพาะบุคคลนั้น แยกเป็นอีกส่วนหนึ่งที่เรียกว่าทรัพย์สินส่วนพระองค์ ซึ่งต้องเสียภาษีเหมือนคนอื่นๆใต้รัฐธรรมนูญเดียวกัน
ส่วนจะมีมูลค่าเท่าใดนั้นไม่ทราบ
อ่านรายละเอียดเกี่ยวกับกฎหมายเรื่องนี้ได้ที่ http://www.crownproperty.or.th/history.php
หวังว่าปราชาไทได้อ่านแล้วจะเกิดความละอายแก่ใจบ้างนะครับ คนไทยไม่ได้กินหญ้าไปซะทุกคน คิดเองได้ จะคิดอ่านอย่างไร เอาความจริงมาคุยให้หมดดีกว่า
พูดความจริงครึ่งเดียวก็เท่ากับโกหกครับ
วันศุกร์, สิงหาคม 10, 2550
๕๐ หรือ ๔๐ กับ คมช. หรือ ทักษิณ
ดูรัฐธรรมนูญ ๕๐ ที่ออกมาแล้วรู้สึกผิดหวัง ส่วนที่เป็นจุดอ่อนของ ๔๐ ไม่ได้แก้ แต่ไปแก้อะไรที่ไม่เข้าท่า และไม่มีเหตุมีผลสนับสนุนเพียงพอ
โดยภาพรวมแล้วต้องบอกว่าฉบับ ๔๐ ยังดีกว่า ขอให้แก้ส่วนที่เปิดช่องให้เกิดการยึดอำนาจอธิปไตยผ่านสภาอย่างที่เคยเกิดขึ้นโดยรัฐบาลทักษิณ และเพิ่มช่องทางการมีส่วนร่วมของภาคประชาชนอย่างเป็นรูปธรรม
แค่สองเรื่องหลักๆก็น่าจะพอ
ปัญหาคือคมช.ไปตั้งธง(ผิดๆ)เอาไว้ว่า ๔๐ คือ ทักษิณ และ ๕๐ คือ คมช. ทำให้เกิดสภาพแบบ "ถอยไม่ได้" และเปิดช่องให้ทักษิณรุกผ่านช่องทางนี้
๔๐ คือ ทักษิณ ทั้งๆที่ ๔๐ โดนชำเราโดยทักษิณ
เศร้านะครับ
ส่วนภาคประชาชน น่าเสียใจเหมือนกันว่าขบวนการประชาธิปไตยบริสุทธิ์ไม่ประกาศตัวเองให้ชัดเจนว่าไม่ยืนข้างเผด็จการรัฐสภา กลับไป "แสวงจุดร่วม" ผิดที่ผิดทาง ทำให้การรณรงค์ต้านการยึดอำนาจไม่สามารถเดินไปได้สะดวกนัก
เพราะถึงคนไม่ชอบเผด็จการทหาร แต่ก็รังเกียจเผด็จการรัฐสภายิ่งกว่า
ไม่ว่าผลจะเป็นอย่างไร เชื่อว่าผู้แพ้ก็เหมือนเดิม
"ประเทศไทย" ครับ
โดยภาพรวมแล้วต้องบอกว่าฉบับ ๔๐ ยังดีกว่า ขอให้แก้ส่วนที่เปิดช่องให้เกิดการยึดอำนาจอธิปไตยผ่านสภาอย่างที่เคยเกิดขึ้นโดยรัฐบาลทักษิณ และเพิ่มช่องทางการมีส่วนร่วมของภาคประชาชนอย่างเป็นรูปธรรม
แค่สองเรื่องหลักๆก็น่าจะพอ
ปัญหาคือคมช.ไปตั้งธง(ผิดๆ)เอาไว้ว่า ๔๐ คือ ทักษิณ และ ๕๐ คือ คมช. ทำให้เกิดสภาพแบบ "ถอยไม่ได้" และเปิดช่องให้ทักษิณรุกผ่านช่องทางนี้
๔๐ คือ ทักษิณ ทั้งๆที่ ๔๐ โดนชำเราโดยทักษิณ
เศร้านะครับ
ส่วนภาคประชาชน น่าเสียใจเหมือนกันว่าขบวนการประชาธิปไตยบริสุทธิ์ไม่ประกาศตัวเองให้ชัดเจนว่าไม่ยืนข้างเผด็จการรัฐสภา กลับไป "แสวงจุดร่วม" ผิดที่ผิดทาง ทำให้การรณรงค์ต้านการยึดอำนาจไม่สามารถเดินไปได้สะดวกนัก
เพราะถึงคนไม่ชอบเผด็จการทหาร แต่ก็รังเกียจเผด็จการรัฐสภายิ่งกว่า
ไม่ว่าผลจะเป็นอย่างไร เชื่อว่าผู้แพ้ก็เหมือนเดิม
"ประเทศไทย" ครับ
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)