แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ linguistics แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ linguistics แสดงบทความทั้งหมด

วันอังคาร, มีนาคม 13, 2550

ความเข้าใจ(ผิดๆ)เรื่องวรรณยุกต์

สมัยเด็กไม่รู้เหมือนกันว่าถูกปลูกฝังไว้ตอนไหนว่าภาษาไทยมีเอกลักษณ์ที่มีการใช้วรรณยุกต์เป็นเสียงดนตรี โดดเด่นจากภาษาไทยๆในโลก

ที่ว่าเด็กนี่จำไม่ได้ว่าเด็กขนาดไหน เอาเป็นว่าตั้งแต่จำความได้ก็ฝังหัวอย่างนี้แ้ล้ว(ถึงแม้ผมจะจำความได้ค่อนข้างช้าสักหน่อยก็ตาม)

เรื่องนี้สอดคล้องกับสมมติฐานของผมว่า เด็กพร้อมจะรับความเชื่อที่มีคนสอนอย่างง่ายดาย โดยไม่สนใจข้อเท็จจริงหรือตรรกะใดๆ

ที่ว่าอย่างนี้ก็เพราะว่าผมเรียนโรงเรียนจีนมาแต่เด็ก เรียนภาษาจีนกลาง ส่วนที่บ้านก็พูดจีนแต้จิ๋วด้วย

แต่กลับไม่เคยเอะใจเลยว่าทั้งจีนกลางและจีนแต้จิ๋วนี้ก็มีวรรณยุกต์ใช้ด้วยกันทั้งสิ้น

จีนกลางมีวรรณยุกต์ 4 เสียง อิง หยาง ส่าง ชวี่

จีนแต้จิ๋วมีกี่เสียงไม่แน่ใจ เพราะสำเนียงจีนแต้จิ๋วในไทยมันกลายจนฟังไม่ออก แต่เขาว่ามี 9 เสียง

เท่ากับจีนกวางตุ้งพอดี

และไม่น่าแปลกใจเลยว่าจีนสำเนียงอื่นๆย่อมต้องมีวรรณยุกต์ใช้ด้วยแน่นอน

วันหนึ่งเมื่อนานมาแล้ว จู่ๆผมก็เอะใจขึ้นมา เอ๊ะ วรรณยุกต์จีนก็มีนี่นา ทำไมถึงว่าไทยเรามีชาติเดียว

ลองค้นดูคร่าวๆยังพบว่า เวียดนามก็มี เอ... มันชักจะยังไงอยู่

แต่มานึกดู วรรณยุกต์จีนกลาง อิง หยาง ส่าง ชวี่ ดูคล้ายเสียง สามัญ จัตวา เอก โท ของไทยก็จริง แต่เสียง อิง จะสูงกว่า สามัญเราหน่อย ในขณะที่ ส่าง จะลดเสียงลงต่ำแล้วลากกลับขึ้นไปสูงอย่างชัดเจน

เข้าใจละ ที่ต่างกันก็เพราะภาษาไทยเป็นเสียงดนตรีนี่เอง เราถึงไม่เหมือนเขา มีวรรณยุกต์เหมือนกัน แต่ของเราเป็นโน้ต เท่กว่ากันแยะ

ย้อนกลับไปทำความเข้าใจกันหน่อย
เสียงวรรณยุกต์ของจีนกลาง มี 4 เสียง
อิง เป็นเสียงเรียบแบบ -
หยาง เป็นเสียงที่ไล่สูงขึ้นแบบ /
ส่าง เป็นเสียงลดต่ำลงแล้วกลับไล่สูงขึ้นแบบ V
ชวี่ เป็นเสียงลดต่ำลงแบบ \

วันก่อนลอนนึกครึ้มใจลองไล่ดูเสียงวรรณยุกต์ไทยว่าตรงกับโน้ตตัวไหน
สามัญ นี่ เร หรือเปล่านะ
เอก นี่ คงเป็น โด
เอ๊ะ มันยังไง ทำไม เอก ต่ำกว่าสามัญหรือ?
โท เฮ้ย ไล่ยังไงก็ไม่ถูก มันโน้ตอะไรกันแน่

ชักข้องใจ เลย search หาใน google.com ดู

ผ่าง!

เสียงวรรณยุกต์ไทยไม่ใช่เสียงดนตรีจ้าาาาาาาาา

ทางสัทศาสตร์จะเป็นอย่างนี้
สามัญ คือ เสียงกลาง (middle)
เอก คือ เสียงต่ำ (low)
โท คือ เสียงไล่ลง (falling)
ตรี คือ เสียงสูง (high)
จัตวา คือ เสียงไล่ขึ้น (rising)

พอมองเห็นความจริงแล้ว

ถึงต้องปรับโลกทัศน์บ้าง

แต่คิดว่าจะมีความคิดในแนวทางที่ถูกต้องมากขึ้น

(เขียน 2006-07-30)

วันเสาร์, มีนาคม 10, 2550

ภาษาเวียดนาม ต้มยำภาษา

ภาษาเวียดนามเป็นภาษาที่แปลก

โดยคำพื้นฐานทำให้ถูกจัดอยู่ในกลุ่มเดียวกับมอญ-เขมร

ในขณะเดียวกันก็มีความแตกต่างจากภาษากลุ่มมอญเขมรหลายประการ

- เป็นภาษาที่มีวรรณยุกต์ เหมือนภาษาไทยและภาษาจีน ในขณะที่มอญ-เขมรไม่มีวรรณยุกต์

- ไวยากรณ์มอญ-เขมรเป็น ประธาน-กรรม-กริยา แต่เวียดนามเป็น ประธาน-กริยา-กรรม เหมือนจีนและไทย แต่มีความแตกต่างกับจีนอยู่ที่เอาคำวิเศษณ์ตามหลังคำนาม ซึ่งเหมือนกับภาษาไทย นอกจากนั้นยังมีไวยากรณ์กระจุกกระจิกอีกหลายอย่างที่เหมือนภาษาไทย มองในแง่ไวยากรณ์แล้ว เวียดนามถือเป็นฝาแฝดของภาษาไทยได้เลย

- คำในภาษาเวียดนาม ถ้าไม่ใช่คำพื้นฐานแล้ว รับคำจากจีนไปเยอะมาก ทำนองเดียวกับที่ไทยรับคำบาลี-สันสกฤตและเขมรเข้ามาเยอะมาก แต่คุยกันไม่รู้เรื่องเพราะคำพื้นฐานต่างกัน



น่าสนใจทีเดียว







powered by performancing firefox

วันศุกร์, พฤศจิกายน 24, 2549

Pinyin กับ Wade-Giles

ระบบการเขียนภาษาจีนด้วยอักษรโรมันมาตรฐานจ ีนแผ่นดินใหญ่คือระบบ Pinyin แต่ก่อนหน้านี้ยังมีอีกระบบหนึ่งซึ่งใช้กันมาก่อน นั่นคือระบบ Wade-Giles

หนังสือฝรั่งเก่าๆที่อ้างภาษาจีนก็จะใช้ระบบนี้แหละ ช่วงนี้อ่านสามก๊กฉบับยาขอบอยู่ก็เลยนึกได้ว่าฉบับ Brewitt-Taylor ที่ยาขอบใช้อ้างอิงนั้นก็ใช้ระบบนี้

เสียดายแต่ว่าการถ่ายเสียงของยาขอบนั้นไม่ได้ใกล้เคียงความจริงเลย ซึ่งก็เป็นเพราะยาขอบคงไม่ได้มีโอกาสศึกษาระบบการออกเสียงตาม notation นี้

สำหรับคนที่รู้จัก Pinyin ดี ลิงก์นี้ http://kongming.net/novel/wade-giles/ น่าจะเป็นประโยชน์ในการเปรียบเทียบระบบ Pinyin กับ Wade-Giles

ส่วนผู้ไม่รู้ Pinyin คงหาเองได้ไม่ยากนะครับ

(เขียน 2006-07-20)

เขียนไทย romanized

การเขียนภาษาไทยโดยใช้อักษรโรมันทำกันมานาน ทั้งแบบหลวงแบบราษฎร์ แบบหลวงยึดระบบที่ภาษาแขกใช้ เขียนภาษาแขกก็ดูดี แต่เขียนคำไทยไม่ค่อยจะเข้าท่า ส่วนแบบราษฎร์เล่นแนวคาราโอเกะ เน้นเสียงเทียบเคียงภาษาอังกฤษ แต่เอาเข้าจริงก็ไม่ใกล้เคียงเท่าที่ควร เพราะภาษาไทยกับภาษาอังกฤษการออกเสียงมันผิดกันอยู่พอสมควร

ราชบัณฑิตยสภาออกมาตรฐานมาก็ดูเหมือนจะดี ยึดหลักสัทศาสตร์ รายละเอียดขี้เกียจอธิบาย ดูเอาที่ http://www.royin.go.th ดีกว่า

ระบบที่ว่าทำให้คนที่หลงยึดติดว่าอักษรโรมันคือภาษาอังกฤษอึดอัด เพราะพาลจะออกเสียงแบบภาษาอังกฤษให้ได้ แต่ถ้าคิดดูดีๆฝรั่งทุกชาติก็ใช้อักษรโรมันทั้งนั้น แต่ออกเสียงไปคนละทิศละทาง

ในขณะที่หลายชาติในเอเชียหยิบยืมมาใช้อย่างมีหลักการกันมานานแล้ว อย่างน้อยก็เวียดนาม จีน อินโดนีเซีย ล่ะเอ้า!

ปัญหาคือระบบของราชบัณฑิตมีจุดบกพร่องที่สำคัญอยู่ 4 จุด
1. เสียง จ กับ ช (และ ฉ, ฌ) ดันใช้ ch แทนเสียงเหมือนกัน ทั้งๆที่ระบบลอกมาตรฐานมา แต่ดันทิ้ง c ที่แทน จ ซะ ด้วยเหตุผลที่ว่ากลัวคนสับสน ทั้งๆที่ระบบใหม่ไหนๆก็ทำคนสับสนอยู่แล้ว ถ้ายืนยันจะไม่ใช้ c จริงๆ ก็น่าจะลอง j ดู ผิดมาตรฐาน,เสียงไม่ตรง แต่อย่างน้อยคนไทยก็คุ้นเคยพอควร
2. สระออกับสระโอ ใช้ o เหมือนกัน น่าจะใช้ oa แทนสระโอนะครับ
3. ภาษาไทยมีเสียงสระสั้นยาว แต่ระบบที่กำหนดไว้ไม่มี อันที่จริงคนอ่านคงเดาจากบริบทได้ถ้าเป็นประโยคเป็นเรื่องเป็นราว แต่ถ้ามาคำเดียวโดดๆใครจะกล้าฟันธง ขอเสนอให้ใช้ : มากำกับเสียงยาว เช่น ka อ่าน กะ ka: อ่าน กา
4. ระบบที่ว่าไม่มีวรรณยุกต์ อันนี้มึนมาก ไม่รู้คิดได้ไง ทั้งๆที่มีตัวอย่างเวียดนามกับจีนที่เป็นภาษาที่มีวรรณยุกต์เหมือนเราเขาก็ม ีระบบกำกับวรรณยุกต์ในระบบของเขา เพียงแต่จะเขียนหรือไม่ก็ได้ขึ้นอยู่กับความจำเป็น ที่สำคัญบรรพบุรุษไทยตั้งชื่อเสียงวรรณยุกต์เป็นหมายเลขให้เรียบร้อย เอก โท ตรี จัตวา เข้าใจง่ายกว่า อิง หยาง ส่าง ชวี่ ในภาษาจีนเป็นไหนๆ ก็น่าจะกำกับเป็น 1, 2, 3, 4 ได้เลย ติดขัดอยู่นิดนึงตรงเสียงสามัญ มีสองทางเลือกคือ อย่างแรก ไม่ต้องมีสัญญลักษณ์ วิธีนี้เป็นวิธีที่ไม่ดีตรงที่ว่าอาจเกิดการเข้าใจผิดได้ว่าเป็นคำที่เลือกไ ม่กำกับวรรณยุกต์ อีกทางหนึ่งคือใช้เลข 0 แต่ก็อาจจะไปสับสนกับอักษร O ได้ เคยเห็นมาตรฐานที่กำหนดทางคอมพิวเตอร์ใช้ 1-5 แทนไปเลย แต่ไม่ค่อยชอบใจเท่าไหร่ เพราะเสียงเอกแทนด้วยเลข 2 มันขัดตาขัดใจจริงๆ คงต้องฝากให้คิดเป็นการบ้านต่อไป

ลองเขียนดูซิจะได้ความยังไง
lo:ng0 khia:n4 du:0 si3 ja1 dai2 khwa:m0 yang0 ngai0

เขียนแบบไม่กำกับวรรณยุกต์
lo:ng khia:n du: si ja dai khwa:m yang ngai

แบบละทุกอย่าง
long khian du si ja dai khwam yang ngai

แบบมาตรฐานปัจจุบัน
long khian du si cha dai khwam yang ngai

เชิญลองพิจารณาดูเอานะครับ

(เขียน 2006-07-20)